วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2025

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย ในวลี “โง่เป็นควาย” กับผลที่ตามมา – BBC News ไทย

Suttipong Juljarern

ที่มาของภาพ, Suttipong Juljarern

คำบรรยายภาพ,

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

“โง่เป็นควาย” “ไร้คุณภาพ” และ “มหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ชอบหาตังค์” นี่เป็นถ้อยคำบางส่วนที่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชา ระหว่างการประชุมผ่านระบบซูมไปยังหลายจังหวัด เมื่อ 27 ธ.ค. 2565 และกลายเป็นคลิปวิดีโอที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ช่วงหนึ่งของคลิปที่นายสุทธิพงษ์ เปิดโอกาสให้ข้าราชการรายงานถึงการพัฒนาสินค้าของกรมราชทัณฑ์, ปลัด มท. ถามว่า “อุปสงค์เท่ากับอุปทาน ภาษาเศรษฐศาสตร์เขาคืออะไรรู้ป่ะ มีศัพท์ว่าไงนะ”

“ดีมานด์ ซัพพลาย (อุปสงค์และอุปทาน) ครับท่าน” ข้าราชการชั้นผู้น้อยตอบ แต่ ปลัด มท. แค่นหัวเราะ ก่อนถามว่า “จบอะไรมาวะ” และเมื่อข้าราชการดังกล่าวตอบว่า จบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเดียวกับที่ ปลัด มท. เคยศึกษาจบทั้งระดับปริญญาตรี-โท

นายสุทธิพงษ์ พูดกลับว่า “ทำไมโง่อย่างนั้นวะ…โง่เป็นควายเลย ไอ้เ-ยเอ้ย”

“คนที่เรียนรัฐศาสตร์จุฬาฯ เขาเรียนเศรษฐศาสตร์สองตัว อุปสงค์เท่ากับอุปทานเรียกว่า ตลาดสัมบูรณ์ คุณเอาความต้องการราชทัณฑ์ และมาบอกว่าเท่ากับซัพพลายของภาคเกษตร มันไม่ใช่… คุณต้องพาสินค้าเกษตรออกนอกทำไมเล่า คุณมีตลาดสัมบูรณ์แล้ว คุณต้องช่วยอะไรเล่า”

และเมื่อ ปลัด มท. สอบถามข้าราชการชั้นผู้น้อยว่า จบปริญญาโทที่ไหน ในลักษณะใด เมื่อได้ฟังคำตอบว่า ศึกษาต่อในโครงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสยาม เขาสั่งการไปที่ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งว่า “คุณไปคุยคณบดีนะมึง… มหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ชอบหาตังค์ เปิดหลักสูตรไรไม่รู้ มั่วไปหมด คำถามคือคุณภาพ (มีหรือไม่) มาตอบเป็นโจ๊ก”

ภายหลังคลิปบทสนทนาที่เต็มไปด้วยคำผรุสวาท ที่บีบีซีไทยไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้ทั้งหมด กลายเป็นไวรัลและข้อถกเถียงในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง นายสุทธิพงษ์ จึงโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า เป็นแค่การ “หยอกเย้า” พร้อมกล่าว “ขอโทษ”

ที่มาของภาพ, Handout

คำบรรยายภาพ,

การประชุมผ่านซูมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2565

“ผมเองต้องยอมรับว่าพูดจริง และเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม ต้องขอโทษทุกท่านด้วยครับ เพราะไม่พอใจที่นำเรื่องเก่าที่เคยนำเสนอมาหลายครั้งแล้ว และไม่มีการนำเสนอผลงานใหม่หรือ เรื่องที่ผมคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน จึงทำให้ไม่ทันยั้งคิด และเกิดถ้อยคำรุนแรง ไม่เหมาะสม” ปลัด มท. ชี้แจง

เขายังอธิบายว่า ตนเองเป็น “คนพูดจาสไตล์ลูกทุ่ง” การดุด่า “ลูกน้อง” จึงมีบ้าง แต่ก็เพื่อเร่งรัดงานให้พี่น้องประชาชน และตลอด 34 ปีเศษที่รับราชการมา ไม่เคยด่าพี่น้องประชาชน

“ผมในฐานะคนชนบทโดยกำเนิด อาจจะชิน กับการพูดเสียงดัง และบางครั้งอาจพูดจาดุ ผมต้องกราบขออภัยทุกท่านที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม เป็นบทเรียนที่ล้ำค่าที่ต้องนึกถึงคำเตือนของภรรยาผม นึกถึงผู้ใหญ่ที่เคยตักเตือนแนะนำในเรื่องนี้กับผมหลายต่อหลายครั้งว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเลิกการด่าลูกน้องด้วยคำพูดที่สังคมกำลังตำหนิผม แม้ว่าผมจะแก่แล้ว ใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว”

แม้ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะออกมาชี้แจงและขอโทษ แต่หลายฝ่ายยังคงออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และถึงขั้นเรียกร้องให้มีการปลดนายสุทธิพงษ์ ออกจากตำแหน่ง

บีบีซีไทย รวบรวมความเห็นจากหลายฝ่ายถึงประเด็นที่สะเทือนไปถึงระบบราชการไทย การใช้คำหยาบคาย และการดูถูกเหยียดหยามในแวดวงราชการ

ความเห็นสถาบันที่ถูก ปลัด มท. พาดพิง

ถ้อยคำรุนแรงที่สุดในคลิปวิดีโอดังกล่าวว่า “โง่เป็นควาย” ต่อข้าราชการที่จบหลักสูตรปริญญาโทของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ทำให้นายกสโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ออกแถลงการณ์ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการที่นายสุทธิพงษ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะวาจาที่พูดออกมานั้น แสดงให้เห็นถึงความนิยมในระบอบอาวุโสและอำนาจนิยม

“สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อทัศนคติอันเลือกปฏิบัติและดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์… ได้ยังความเสียหายเหลือประมาณมาสู่บุคคลที่ถูกหยามหมิ่น และสถาบันศึกษาที่ปลูกฝังจิตสำนึกให้รับใช้ประชาชน” นายกฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ นายกสโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ระบุในแถลงการณ์

ที่มาของภาพ, สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

“เพื่อให้คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ยังคงเป็นแบบอย่างอันดีงาม และเป็นสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากรคุณภาพสู่สังคม จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านพิจารณาทบทวนอีกครั้งถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ”

สถาบันการศึกษาต่อมาที่ ปลัด มท. พาดพิง คือ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กถึง “คุณธรรมนักปกครองของสิงห์สยาม”

“หลักของคุณธรรม คือ การคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ก่อนจะพูดจะทําสิ่งไร จําเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน เพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่น และจิตสว่างแจ่มใส ซึ่งเมื่อฝึกหัดคุ้นเคยชํานาญแล้ว จะกระทําได้คล่องแคล่ว ช่วยให้สามารถแสดงความรู้ความคิดในเรื่องต่างๆ ให้ผู้ฟังได้เข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิด ทั้งหลักวิชา ทั้งหลักคุณธรรม…”

“ก่อนจะพูดเราเป็นนาย แต่พูดไปแล้ว คำพูดกลายเป็นนายเรา” แต่ทางเพจ ไม่ได้กล่าวถึงนายสุทธิพงษ์ หรือประเด็นที่กำลังถูกจับตาแต่อย่างใด

วัฒนธรรมอำนาจนิยมในแวดวงราชการ ?

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล มองว่า พฤติกรรมและการใช้วาจาของนายสุทธิพงษ์ สะท้อนถึง “วัฒนธรรมอำนาจนิยม” ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ ปลัท มท. อธิบายต่อข้าราชการชั้นผู้น้อยถึงเรื่อง “ตลาดสัมบูรณ์” ยังผิดพลาด  

“จุดที่อุปสงค์และอุปทานเจอกัน เรียกว่า จุดดุลยภาพ” และเขาไม่เคยได้ยินคำว่า “ตลาดสัมบูรณ์” เพราะเท่าที่ได้เรียนมามีแต่คำว่า “ตลาดแข่งขันสมบูรณ์” ซึ่งหมายถึงตลาดที่มีผู้ซื้อและผู้ขายมากรายขายสินค้าแข่งขันกันจนกระทั่งไม่มีรายใด มีอำนาจเหนือกว่าในการกำหนดราคาของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับตลาดผูกขาด

“คุณจะด่าลูกน้องคุณว่าโง่ แต่คนที่กล้าใช้คำว่าโง่กับคนอื่น คุณต้องมั่นใจว่าคุณถูกหรือเปล่า” นายวิโรจน์ แสดงความเห็นระหว่างให้สัมภาษณ์กับ วอยซ์ทีวี “ขนาดไปสอนเขา คุณยังผิดอะ คุณไปด่าเขาโง่ ถ้าผมเป็นลูกน้องเขา ผมสวนแล้วนะ”

ที่มาของภาพ, Wiroj Lakkhanaadisorn

ที่มาของภาพ, Sarinee Achavanuntakul

“มันกลายเป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยม… ผู้บังคับบัญชาจะกระทำย่ำยีอย่างไร ก็ต้องอดทน หัวหน้าด่าเราโง่เหมือนควาย เราต้องทนหรือ แล้วไอ้ที่สอนมาก็ผิดอีก” 

“ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นกระทรวงที่เกิดการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ได้ไหม” 

ด้าน สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล นักวิจัย และนักวิชาการอิสระด้านการเงิน โพสต์ถึงการใช้คำพูดของ ปลัด มท. ว่า เป็นการ “เหยียดคนอื่น” ซึ่ง “น่ารังเกียจมากกว่าคนที่ใช้คำหยาบแต่ไม่เหยียดคนอื่น”

เธอยังเห็นตรงกับนายวิโรจน์ว่า คำว่า “ตลาดสัมบูรณ์” ที่นายสุทธิพงษ์พูดถึง ไม่มีอยู่จริง เพราะมีแต่ “ตลาดแข่งขันสมบูรณ์”

ความเห็นอื่น ๆ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทวีตข้อความในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครองว่า “คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ไม่เคยอบรมบ่มเพาะให้นิติจบออกไปเป็นสิงห์ดำ ที่ดูแคลนผู้อื่นนะครับ”

“จงวางตนให้คนเห็นเป็นผู้ดี ถ้าเจ้ามีใจจริงเป็นสิงห์ดำ” 

ด้าน รศ.ตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี แสดงความเห็นต่อการใช้วาจาของ ปลัด มท. ว่า

การพูดแบบนี้ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง แล้วการคุณสิทธิพงษ์ออกมากล่าวขอโทษ คุณสุทธิพงษ์ไม่ได้กล่าวขอโทษมหาวิทยาลัยที่คุณไปก้าวล่วงหลักสูตรเขา ผมคิดว่าคุณสุทธิพงษ์ทำไม่ถูก  

เราไม่อาจที่จะรับได้ เพราะกระทบกระเทือนต่อภาพรวมทั้งหมด เรื่องนี้ ผมคิดว่า คุณธรรมและจริยธรรมของคนพูดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดว่า จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

ศิษย์เก่า ม.สยาม แจ้งความ

31 ธ.ค. ที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสยาม เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้พิจารณาดำเนินคดีอาญากับปลัดกระทรวงมหาดไทย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำตะกร้อครอบปาก ที่ใช้ครอบปากสุนัข เพื่อป้องกันการกัดมาเป็นสัญลักษณ์ด้วยทั้งนี้

นายสงกานต์เห็นว่าข้อความที่พาดพิงถึงมหาวิทยาลัยสยามได้ลดคุณค่าของมหาวิทยาลัย เป็นการบิดเบือนโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อตนเอง ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าผู้ใดจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสยามนั้น ไม่มีคุณค่า หรือไม่มีคุณภาพ ทำให้ขาดความเชื่อมั่น หรือการยอมรับจากบุคคล หรือนิติบุคคลหรือหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน อันเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายต่อส่วนตัวและมหาวิทยาลัยสยาม เหตุเกิดที่กรุงเทพฯ และตำบลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ป่าตอง เป็นแห่งแรก

“นักเรียนโรงเรียนวัด” สู่ ปลัดหมื่นล้าน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ศึกษาจบระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รัฐศาสตร์บัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาจบปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รวมถึง รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

เขายังเข้ารับการอบรมหลักสูตรปลัดอำเภอ หลักสูตรนายอำเภอ และหลักสูตรอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงหลักสูตรจิตอาสา 904 อีกด้วย

ที่มาของภาพ, Suttipong Juljarern

คำบรรยายภาพ,

ปลัด มท. “นักเรียนโรงเรียนวัด” และ “สไตล์ลูกทุ่ง”

สำหรับประวัติการรับราชการนั้น แมเนเจอร์ออนไลน์ ลงรายละเอียดไว้ ดังนี้

  • ปี 2531 ปลัดอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ปี 2531
  • ปี 2534 ปลัดอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง  
  • ปี 2538 ปลัดอำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ และช่วยราชการสำนักงานเลขานุการ กรมการปกครอง  ปี 2541 ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติหน้าที่เลขานุการให้แก่นายพลากร สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการ ศอ.บต. ในขณะนั้น  ปี 2543 ปลัดอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
  • ปี 2543 โยกมานั่งเป็นปลัดอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
  • ปี 2545 ปลัดเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม  ปี 2546 ปลัดอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และเป็น ใน
  • ปี 2547 ปลัดอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  • ปี 2548 ปลัดอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร  ปี 2549 หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย
  • ปี 2551 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
  • ปี 2552 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
  • ปี 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก “อายุน้อยที่สุด” ปี 2555 ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
  • ปี 2556 ผู้ว่าฯ สระบุรี
  • ปี 2557 ผู้ว่าฯ ชัยนาท ปี 2558 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • ปี 2560 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  • ปี 2562 อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

ที่มาของภาพ, Suttipong Juljarern

คำบรรยายภาพ,

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ภรรยา (ขวา)

นายสุทธิพงษ์ แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2563 ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชุน ว่าเขาและภรรยา ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 10,000 ล้านบาท 

นายสุทธิพงษ์ มีทรัพย์สิน 15,724,125 บาท ได้แก่ เงินฝาก 194,745 บาท เงินลงทุน 2,088,830 บาท ที่ดิน 13,440,550 บาท ไม่มีหนี้สิน ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ภรรยา มีทรัพย์สิน 10,209,774,199 บาท ได้แก่ เงินสด 1 ล้านบาท เงินฝาก 7,423,410 บาท เงินลงทุน 9,164,610,873 บาท เงินให้กู้ยืม 538,921,611 บาท ที่ดิน 43,761,550 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 236,812,440 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 217,253,314 บาท ไม่มีหนี้สิน  

ปัจจุบัน ดร.วันดี เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG โดยผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2565 มีสินทรัพย์รวม 24,135.45 ล้านบาท หนี้สินรวม 3,830.46 ล้านบาท รายได้รวม 3,121.92 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,649.77 ล้านบาท

อุตรดิตถ์

อุตรดิตถ์

เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก

Related Posts

Next Post

บทความ แนะนำ

No Content Available

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การค้าวัสดุก่อสร้าง การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตซิเมนต์ ปูนขาว การผลิตน้ำแข็ง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตเคมีภัณฑ์ การผสม บรรจุ กรด ด่าง การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การเคลือบ ชุบ อาบขัดโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม กิจการอื่นๆ ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริการติดตั้งประปา บริษัท ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 สพม.เขต 39 สมาคม หน่วยงานราชการ อบจ. อบต. อาหาร อุตรดิตถ์ เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป

Welcome Back!

Login to your account below

Create New Account!

Fill the forms below to register

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.