อาชญากรรม
3 ชาย-หญิง บุกโรงพักแจ้งความพนง.ไฟฟ้า หลอกลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิตอล สูญเงิน 5 ล้าน
วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.13 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 22 กรกฎคม 65 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ นายวิรัตน์ จันทร์มาก พร้อมด้วย น.ส.กนกวรรณ ลำมะนา และ นายสุนทร ศรีจันทร์มาก ชาวตำบลน้ำริด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อัศวนนท์ ขัตติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิดกับ นายพล พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ร่วมลงทุนซื้อ-ขาย เงินดิจิตอล เพื่อนำกำไรหรือขาดทุนจากการประกอบการ ซื้อ-ขาย เงินดังกล่าวมาแบ่งปันกัน และได้มีการทำหนังสือสัญญาร่วมทุนกันทั้ง 2 ฝ่ายไว้เป็นหลักฐานว่า จะมีการแบ่งปั่นกำไรขาดทุน หรือการแบ่งปันกำไรและเฉลี่ยขาดทุนระหว่างคู่สัญญา ให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุน และจะชำระคืนเป็นเงินที่ได้มีการลงทุนตามจำนวนมากหรือน้อยต่อเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน รอบจ่ายทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน การถอนการเป็นหุ้นส่วนคู่สัญญาตกลงจะไม่ถอนหุ้นหรือทรัพย์สินที่นำเข้ามาเข้าหุ้นส่วนตามสัญญานี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาหรือเมื่อครบสัญญา การผิดสัญญา คู่สัญญาตกลงว่า หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดตามสัญญานี้ อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้
เหตุผลที่เจ้าทุกข์ทั้ง 3 ราย ร่วมลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิตอลในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการชักชวนจากคนใกล้ชิดให้ร่วมลงทุน ประกอบกับ นายพล มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงพนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คงไม่กล้าเอาตำแหน่งหน้าที่การงานมาหลอก ลวงให้ร่วมลงทุนซื้อ-ขายเงิน ดิจิตอล สิ่งที่สำคัญเงินดิจิตอลในช่วงที่ผ่านมา มีแต่ผลกำไรดีและคนลงทุนซื้อกันมาก จึงหลงเชื่อร่วมทุนด้วย
โดยนายวิรัตน์ ร่วมลงทุนเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 4,200,000 บาท น.ส.กนกวรรณ ร่วมลงทุนเป็นเงิน 500,000 บาท และนายสุนทร ร่วมลงทุนเป็นเงิน 100,000 บาท โดยมีหลักฐานสลิปการโอนเงินผ่านเข้าสมุดบัญชีธนาคารของนายพล ซึ่งเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อครบกำหนดสัญญาเป็นเวลา 1 ปี ปรากฏว่า นายพล ไม่ดำเนินการแบ่งกำไรและเฉลี่ยผลขาดทุนระหว่างคู่สัญญา ให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุน ในการชำระคืนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน และเลยระยะเวลา 1 ปีมาแล้ว จึงมีมีการทักท้วงทวงถามได้รับคำตอบว่ายังไม่พร้อมจะคืนเงินให้
ในเวลาต่อมา นายวิรัตน์ พร้อมด้วย น.ส.กนกวรรณ และนายสุนทร ได้เดินทางไปพบนายพล ด้วยตนเองถึงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อทวงถามเงินลงทุนจำนวนดังกล่าวที่จะคืนให้แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะคืนเงินให้ โดยหลอกให้ทำหนังสือสัญญาคืนเงิน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 และขอคืนเงินร่วมลงทุนดังกล่าวอย่างครบถ้วนภายใน 90 วัน นับจากวันที่ทำหนังสือสัญญาคืนเงิน โดยให้เหตุผลว่า เกิดสถาวะการขาดทุน ทั้งนี้ ในหนังสือสัญญายังได้ระบุด้วยว่า หากไม่คืนเงินร่วมทุนภายในกำหนดให้ นายวิรัตน์, น.ส.กนกวรรณ และนายสุนทร สามารถเรียกร้องเงินดังกล่าวคืนรวมทั้งค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการคืนเงินร่วมลงทุนดังกล่าวได้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 90 วันแล้ว เจ้าทุกข์ทั้ง 3 รายได้ติดต่อกับนายพล กลับเพิกเฉยละเลยไม่สนใจ เจ้าทุกข์ทั้งหมดจึงเชื่อว่าถูกนายพล ซึ่งเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าจะหาเงินมาคืนให้ จึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันนี้
ร.ต.อ.อัศวนนท์ ขัตติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ จึงได้รับเรื่องร้องทุกข์เพื่อสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจากการลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิตอล หากตรวจสอบพบเข้าข่ายหลอกลวงให้หลงเชื่อเพื่อลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิตอล จะดำเนินคดีเอาผิดกับนายพล พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา คนดังกล่าวต่อไป โดยจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานการโอนเงินดังกล่าวกับทางธนาคาร พร้อมตรวสอบข้อมูลกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ ภูธรเมืองนครราชสีมาและพื้นที่อื่น หากพบมีเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับพนักงานการไฟฟ้ารายนี้จำนวนหลายคดี ก็จะรวบรวมสำนวนการสอบสวนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรวมเป็นคดีเอาผิดในข้อหาหลอกลวงและฉ้อโกงต่อไป.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่